การจัดการประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สประจำปีพุทธศักราช 2551 โดยสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 ได้รับ การสนับสนุนจาก บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด สก๊อต คอลลาเจน-อี ผลิตภัณฑ์ ซีเล็ค ทูน่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ถนนรางน้ำ ได้กำหนดระเบียบการไว้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการประกวดฯ และเพื่อชื่อเสียงเกียรติคุณอันดีงามของกองประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2551 ดังนี้.-

วัตถุประสงค์ของการประกวด

  1. เพื่อคัดเลือกผู้ที่เหมาะสม ให้ดำรงตำแหน่งมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2551
  2. เพื่อคัดเลือกผู้ที่จะเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมประกวด Miss Universe ปี 2008 และเวทีระดับโลกอื่นๆ เพื่อทำหน้าที่เผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณอันดีงามของประเทศไทย ไปสู่นานาชาติ
  3. เพื่อให้ผู้ดำรงตำแหน่ง มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส และคณะฯ เป็นตัวแทนหญิงไทยในการส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมต่างๆ อันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าประกวด

  1. เพศหญิง และต้องมีสัญชาติไทย
  2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และไม่เกิน 25 ปี ในวันปิดรับสมัคร (กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง)
  3. ต้องเป็นโสด ไม่เคยผ่านการสมรส – งานเลี้ยง/พิธีแต่งงาน หรือการใช้ชีวิตคู่ฉันท์สามีภรรยา ไม่เคยตั้งครรภ์ และ/หรือให้กำเนิดบุตรมาก่อนแต่อย่างใด
  4. มีการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้น ม.6 หรือเทียบเท่า ทั้งนี้ต้องอ่าน เขียน พูด และเข้าใจภาษาไทยได้เป็นอย่างดี
  5. ต้องไม่เคยถ่ายภาพศิลป์กึ่งเปลือย / โป๊เปลือย หรือภาพที่เข้าข่ายล่อแหลม ตีพิมพ์ในสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ หรือแพร่ภาพผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์มาก่อน
  6. ต้องไม่เคยประกอบอาชีพ รับงานพิเศษ หรือมีความประพฤติอันเป็นที่รังเกียจเสื่อมเสียต่อจารีตขนบธรรมเนียม ศีลธรรมอันดีงามของสังคมไทย
  7. เป็นผู้ที่มีสุขภาพดี ไม่สูบบุหรี่ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
  8. ต้องพำนักอยู่ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับถึงวันปิดรับสมัคร
   
 

การสมัครเข้าประกวด

  1. การแสดงความจำนงเพื่อขอสมัครเข้าประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส จะต้องเติมข้อความในใบสมัครของกองประกวดฯ ให้ละเอียด พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในใบสมัคร และคุณสมบัติของผู้สมัครให้สมบูรณ์
  2. การยื่นใบสมัครเข้าประกวด กระทำได้ ณ สถานที่ดังต่อไปนี้.-
    • ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองประกวดฯ ลานเอเทรี่ยม ชั้น 2 คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ถนนรางน้ำ
    • เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง BSC Cosmetology ทุกแห่งทั่วประเทศ (ที่มีสัญลักษณ์กองประกวดฯ)
    • ร้าน คิ ชิเซโด ซาลอน แอนด์ สปา ทั้ง 3 สาขา
      - สาขาดิเอ็มโพเรี่ยม
         662 (ชั้น2) ห้างดิเอ็มโพเรี่ยม สุขุมวิท คลองเตย กรุงเทพฯ 10100
         โทรศัพท์ 0-2664-8542-3 โทรสาร 0-2664-8544
      - สาขาจัสมินซิตี้
         เลขที่ 2 อาคารจัสมินซิตี้ ชั้น 23 ซอยสุขุมวิท 23 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ
         เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
         โทรศัพท์ 0-2261-7325-6
      - สาขาสยาม พารากอน
         ห้องเลขที่ 231-232 ชั้น 2 ห้่างสยามพารากอน ถนนพระราม 1 ปทุมวัน
         กรุงเทพฯ 10330
         โทรศัพท์ 0-2610-9619-20
  3. กำหนดยื่นใบสมัครตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2551 จนถึงวันที่ 27 เมษายน 2551
    • การรับหรือไม่รับสมัครของผู้ใด ให้เป็นสิทธิของกองประกวดฯ เท่านั้น
 

หลักฐานการสมัคร

  • รูปถ่ายสีขนาด 4 x 6 นิ้ว ครึ่งตัว เต็มตัว และใบหน้า อย่างละ 2 รูป
  • บัตรประชาชน พร้อมสำเนา 1 ชุด
  • บัตรประจำตัวนักศึกษา (กรณีกำลังศึกษาอยู่) พร้อมสำเนา 1 ชุด
  • หลักฐานการศึกษา (กรณีจบการศึกษาแล้ว) พร้อมสำเนา 1 ชุด
  • ทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนา 1 ชุด
   
  สถานที่ประกวด โรงละครอักษรา ชั้น 3 คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ถนนรางน้ำ

ระยะเวลาการประกวด รอบตัดสินวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2551

การแสดงตัวจับสลากหมายเลข
ผู้สมัครทุกคนจะต้องมาพบและแสดงตัวต่อคณะกรรมการกองประกวดฯ   ในวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2551 เวลา 06.30 น. ที่โรงละครอักษรา ชั้น 3 คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ถนนรางน้ำ เพื่อทำการคัดเลือกผู้สมัคร
ทั้งหมดให้เหลือเพียง 44 คน และจับสลากหมายเลขประจำตัวผู้เข้าประกวด โดยต้องนำ บัตรประจำตัวประชาชน หรือทะเบียนบ้าน ตัวจริง มาแสดงด้วย

ผู้เข้ารอบ 44 คน หากต้องการสละสิทธิ์จะต้องแจ้งกองประกวดฯ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจับสลากหมายเลข หรือตามที่กองประกวดฯ จะกำหนด หากผู้เข้ารอบไม่แจ้งภายในเวลาที่กำหนด ผู้เข้ารอบตกลงชำระค่าเสียหายเป็นค่าปรับให้แก่กองประกวดฯ เป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) ในวันที่ขอสละสิทธิ์

ที่พักและอาหารระหว่างการประกวด
ทางกองประกวดฯ จะจัดเตรียมที่พัก  และอาหารสำหรับผู้เข้าประกวดทั้ง 44 คนโดยให้ผู้เข้าประกวดทุกคน เข้ามารายงานตัวตามวันและเวลาที่กองประกวดฯ กำหนดให้

             

การฝึกซ้อมและร่วมกิจกรรม
ผู้เข้าประกวดทั้ง  44 คน จะต้องร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2551  และเข้าพักที่โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ ในวันที่ 18 ถึงวันที่ 24 พฤษภาคม 2551  เพื่อทำการฝึกซ้อมและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่กองประกวดฯ จัดไว้โดยพร้อมเพรียงกันทั้ง 44 คน จนเสร็จสิ้นการประกวด  และงานเลี้ยงแสดงความยินดี

การแต่งกายในการประกวด
ในการประกวดทุกรอบ  ผู้เข้าประกวดจะต้องแต่งกายและสวมใส่รองเท้าซึ่งกองประกวดฯ จัดหาให้  
ผู้เข้าประกวดจะต้องสวมสายสะพายพร้อมหมายเลขที่กองประกวดฯ จัดไว้ให้เท่านั้น

การเสริมสวย
การเสริมสวยใบหน้าและการแต่งทรงผมอนุญาตให้กระทำได้ตามความเหมาะสม   แต่จะต้อง ไม่มีสิ่งแปลกปลอม เสริมแต่ง เช่น  ขนตาเทียม วิกผม หรือแฮร์พีซ  ฯลฯ  ถ้ากองประกวดฯ ตรวจพบจะถอดออก และมีผลกระทบต่อคะแนนการตัดสิน    

กองประกวดฯ ได้จัดหาผู้เชี่ยวชาญ มาจากสถาบันเสริมความงามที่มีชื่อเสียง  เพื่อแนะนำผู้เข้าประกวดทุกคน ด้านการเสริมสวยใบหน้า และทรงผมโดยไม่คิดมูลค่า  และผู้เข้าประกวดทุกคนต้องเสริมสวยด้วยตนเอง ในสถานที่ที่กองประกวดฯ กำหนดไว้เท่านั้น  (กองประกวดฯ จะไม่อนุญาตให้พี่เลี้ยง/ช่างเสริมสวยที่ไม่ใช่ ตัวแทนของกองประกวดฯ เข้าไปบริเวณห้องพักหลังเวทีโดยเด็ดขาด)

   
 

กองประกวดฯจัดการพิจารณาคัดเลือกเป็นสองรอบ ดังนี้.-

ซ้อมใหญ่ วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2551 คณะกรรมการตัดสินจะได้คัดเลือก และให้คะแนนไว้เพื่อเข้าประกวดในรอบต่อไป
รอบตัดสิน ในวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2551 คณะกรรมการตัดสินจะมีการคัดเลือกเป็น 2 ครั้ง จากผู้เข้าประกวด 44 คน

  • ครั้งแรก จะคัดเลือกเข้ารอบ 12 คน
  • ครั้งที่สอง จะคัดเลือกเข้ารอบ  5  คน  และทำการตัดสินผู้ดำรงตำแหน่ง มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ประจำ ปี 2551,  รองอันดับ 1,   และรองมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส อีก 3 ตำแหน่งตามลำดับ

นอกจากนี้ ในการประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2551  จะได้คัดเลือกผู้ที่เหมาะสม เพื่อดำรงตำแหน่ง “ขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน”  “งามอย่างไทย”  “มิสป๊อปปูล่า”  “รักษ์ความเป็นไทย โดย  บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด”  “Miss B-ing Healthy โดย  บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด”  “นางงามผิวสวย โดย สก๊อต คอลลาเจน-อี”
“หุ่นสวยสุขภาพดี By Sealect Tuna” ส่วนตำแหน่งอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ทางกองประกวดฯ จะได้แจ้งให้ทราบต่อไป

   
 

การตัดสิน
การตัดสินการประกวดครั้งนี้ จะกระทำโดยคณะกรรมการตัดสินซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลาย
สาขาอาชีพ และการตัดสินของคณะกรรมการฯ ให้ถือเป็นที่สุดด้วย